การจัดการสต๊อกสินค้า คืออะไร เพิ่มประสิทธิภาพงานคลังได้อย่างไร
การจัดการสต๊อกสินค้าเป็นการจัดการบริหารสินค้าในคลัง ติดตามสถานะของสินค้าต่าง ๆ ภายในคลัง เพื่อให้การบริหารจัดการสินค้ามีประสิทธิภาพสูงสุด
24 December, 2024 by
-, Natnarin.c


การจัดการสต๊อกสินค้าคืออะไร นับอย่างไรให้เป๊ะ ไม่พลาด


การจัดการสต๊อกสินค้าเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารคลังสินค้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ เพราะการมีระบบจัดการองค์กรที่ดีจะช่วยให้การดำเนินงานในคลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการขาดสต๊อกหรือการเก็บสต๊อกเกินความจำเป็น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการบริหารต้นทุนและกระแสเงินสดในธุรกิจ การมีระบบจัดการสต๊อกสินค้าที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้งานในคลังสินค้าเป็นระเบียบ แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

การจัดการสต๊อกสินค้าคืออะไร

การจัดการสต๊อกสินค้า (Stock Management) คือ การบริหารจัดการและติดตามสินค้าคงคลังในธุรกิจอย่างมีระบบ เพื่อให้สินค้าที่มีในคลังเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าโดยไม่เกินหรือขาดเกินไป การจัดการสต๊อกสินค้าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้าเกินความจำเป็น รวมทั้งป้องกันปัญหาสินค้าหมดอายุหรือสินค้าไม่เคลื่อนไหว การวางแผนและคำนวณให้สต๊อกมีความสมดุลตามความต้องการตลาดและความสามารถในการขาย จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

การนับสต๊อกสินค้า มีกี่ประเภท

ความแม่นยำของข้อมูล คือหลักสำคัญในการบริหารคลังสินค้า การเลือกใช้วิธีการตรวจนับที่เหมาะสมกับขนาดธุรกิจและประเภทสินค้า จะช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยทั่วไปมี 4 รูปแบบหลัก ดังนี้

การนับสต๊อกสินค้าแบบ Cycle Count

การนับสต๊อกสินค้าแบบ Cycle Count เป็นการตรวจนับสินค้าแบบหมุนเวียนตามรอบเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แทนที่จะหยุดการทำงานทั้งคลังเพื่อเช็กสต๊อกใหญ่เพียงปีละครั้ง ธุรกิจจะใช้วิธีแบ่งสินค้าออกเป็นกลุ่มหรือโซน แล้วทยอยสแกนตรวจสอบเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ ข้อดีคือช่วยให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานด้านอื่นควบคู่ไปได้ตามปกติ ลดภาระงานที่หนักเกินไป และช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ตัวเลขในระบบมีความเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

การนับสต๊อกสินค้าแบบ Check Move

การนับสต๊อกสินค้าแบบ Check Move เป็นการตรวจสอบที่มุ่งเน้นไปยังกลุ่มสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่มีการเบิกจ่ายออก หรือสินค้าใหม่ที่รับเข้ามาในคลัง วิธีนี้ช่วยให้ผู้บริหารจัดการสามารถวิเคราะห์อัตราการหมุนเวียนของสินค้าได้อย่างแม่นยำ ทำให้ทราบว่าสินค้าชนิดใดขายดีหรือสินค้าชนิดใดตกค้างเป็นเวลานาน เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนกลยุทธ์การขายหรือจัดโปรโมชันระบายสินค้าได้ รวมถึงยังช่วยปรับปรุงการจัดวางพื้นที่ในคลังให้เหมาะสมกับความถี่ในการหยิบใช้อีกด้วย

การนับสต๊อกสินค้าแบบ Spot Count

การนับสต๊อกสินค้าแบบ Spot Count เป็นการนับแบบสุ่มตรวจในทันทีที่ต้องการตรวจสอบความถูกต้อง มักใช้เมื่อพบข้อสงสัยว่าจำนวนสินค้าจริงไม่ตรงกับข้อมูลในฐานข้อมูล หรือใช้ตรวจสอบสินค้าที่มีราคาสูงเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการสูญหาย การทำ Spot Count ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงรอบการนับปกติ แต่เป็นการเข้าตรวจเช็กตามความเหมาะสมหรือเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาความคลาดเคลื่อนได้อย่างตรงจุด และช่วยรักษาระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลสต๊อกในระยะยาว

การนับสต๊อกสินค้าแบบ Tag Count

เทคนิคการนับสินค้าโดยใช้บัตรกำกับหรือป้าย (Tag) ติดลงบนสินค้าแต่ละชิ้นหรือแต่ละกอง โดยพนักงานจะทำการเขียนจำนวนที่นับได้ลงในป้ายนั้น วิธีนี้มีการตรวจสอบซ้ำแบบ Double Check จากพนักงานหลายคนเพื่อยืนยันความถูกต้องก่อนจะดึงข้อมูลเข้าสู่ระบบส่วนกลาง เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีสินค้ามูลค่าต่อหน่วยสูงหรือสินค้าที่มีขนาดใหญ่แต่จำนวนรุ่นไม่หลากหลาย ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน และสร้างความมั่นใจในความถูกต้องของจำนวนสินค้าที่มีอยู่จริงก่อนการปิดงบสต๊อก

ความสำคัญของการจัดสต๊อกสินค้า

ความสำคัญของการจัดสต๊อกสินค้า

การจัดสต๊อกสินค้ามีความสำคัญต่อธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน ไม่เพียงแต่ช่วยให้มีสินค้าที่พร้อมขายตามความต้องการของลูกค้า แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินจากการเก็บสินค้าหรือวัตถุดิบเกินความจำเป็น การจัดการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและลดค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้า นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันการเกิดสินค้าหมดอายุและสินค้าค้างสต๊อกที่ไม่เคลื่อนไหว ส่งผลให้ธุรกิจสามารถแข่งขันในตลาดได้ดียิ่งขึ้น

เทคนิคการนับสต๊อกสินค้า

  • จัดหมวดหมู่สินค้าแบบ ABC แบ่งลำดับความสำคัญตามมูลค่าและปริมาณการขาย โดยสินค้ากลุ่ม A (ราคาสูง/ขายเร็ว) ควรได้รับการตรวจนับบ่อยที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อกระแสเงินสด
  • ทำความสะอาดและจัดเรียงพื้นที่ก่อนนับ การจัดวางสินค้าให้เป็นระเบียบ เห็นป้ายรหัสชัดเจน และไม่มีสินค้าวางปะปนกัน จะช่วยให้การนับรวดเร็วขึ้นและลดการตกหล่น
  • ใช้เทคโนโลยีบาร์โค้ดช่วยบันทึก ลดการจดบันทึกด้วยมือ โดยใช้เครื่องสแกนบาร์โค้ดหรือ Handheld เพื่อส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบโดยตรง ลดความผิดพลาดจาก Human Error
  • กำหนดตารางเวลาที่ชัดเจน สร้างวัฒนธรรมการตรวจนับอย่างสม่ำเสมอตามปฏิทินปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานเตรียมตัวได้ทันและไม่กระทบต่อการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้า

เหตุผลที่ควรมีการจัดการสต๊อกสินค้า

ข้อดีของการมีการจัดการสต๊อกสินค้า

มีเหตุผลมากมายที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญกับการจัดการสต๊อกสินค้า โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนทางธุรกิจ การจัดการที่ดีไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจราบรื่น แต่ยังสามารถเพิ่มกำไรและปรับปรุงความพึงพอใจของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ป้องกันการเกิดสินค้าค้างสต๊อก

การจัดสต๊อกสินค้าที่ดีช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดสินค้าค้างสต๊อก (Dead Stock) ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือไม่สามารถขายได้ หากไม่มีการตรวจสอบและบริหารจัดการสินค้าค้างสต๊อกอย่างเหมาะสม จะทำให้ธุรกิจเสียโอกาสในการใช้พื้นที่และทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ตรวจเช็กสินค้าหมดอายุหรือเน่าเสียได้ง่าย

ธุรกิจที่ขายสินค้าที่มีวันหมดอายุ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม หรือเครื่องสำอาง จำเป็นต้องมีการจัดการสต๊อกสินค้าอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันการเน่าเสียและการหมดอายุของสินค้า การมีระบบติดตามและตรวจสอบสินค้าในคลังอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสามารถระบุสินค้าที่เสี่ยงต่อการหมดอายุได้ทันเวลา

ช่วยเพิ่มกำไรและกระแสเงินสดให้กับธุรกิจ

การจัดการสต๊อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้กระแสเงินสดในธุรกิจดีขึ้น การมีสินค้าพร้อมขายตามความต้องการลูกค้า ช่วยให้สามารถสร้างรายได้ได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขาดแคลนสินค้า หรือการเก็บสินค้าค้างสต๊อกที่ไม่จำเป็น

ลดต้นทุนการจัดการคลังสินค้า

การเก็บสต๊อกสินค้าในคลังสินค้าหรือโกดัง มีค่าใช้จ่ายทั้งในด้านการเช่าพื้นที่ การจ้างพนักงาน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การจัดสต๊อกสินค้าอย่างมีระบบจะช่วยลดต้นทุนการจัดเก็บและเพิ่มความสามารถในการจัดการพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า

การจัดสต๊อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังสามารถช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างมาก เพราะลูกค้าจะได้รับสินค้าที่ต้องการในเวลาที่เหมาะสม และการบริการที่รวดเร็วเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความประทับใจของลูกค้า

วิธีการจัดสต๊อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ 

วิธีการจัดสต๊อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ

การจัดสต๊อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่เรื่องยาก หากมีการวางแผนและเลือกใช้เครื่องมือหรือระบบที่เหมาะสม ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดในกระบวนการต่าง ๆ ได้

วางแผนก่อนจัดสต๊อกสินค้า

การวางแผนล่วงหน้าคือก้าวแรกของการจัดการสต๊อกสินค้าที่ดี ธุรกิจควรกำหนดความต้องการสินค้าในแต่ละช่วงเวลา โดยพิจารณาจากการคาดการณ์ยอดขาย และฤดูกาล เพื่อหลีกเลี่ยงการสต๊อกสินค้าที่ไม่จำเป็น

ใช้ระบบจัดการสต๊อกสินค้า

การใช้ระบบจัดการสต๊อกสินค้าจะช่วยให้การติดตามและบริหารจัดการสินค้าในคลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบดังกล่าวจะช่วยตรวจสอบสถานะของสินค้าทุกชิ้นและทำให้การคำนวณสินค้าคงคลังเป็นไปได้อย่างแม่นยำ

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์

ซัพพลายเออร์เป็นส่วนสำคัญในการจัดการสต๊อกสินค้า การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์จะช่วยให้สามารถจัดหาสินค้าได้ทันเวลาตามความต้องการ และลดปัญหาสินค้าขาดสต๊อก

ใช้รูปแบบการจัดเก็บและหยิบสินค้าแบบ FIFO

หลักการ FIFO (First-In, First-Out) หรือ สินค้าชิ้นแรกที่เข้ามา ควรถูกหยิบออกก่อน เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการจัดการสต๊อกสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่มีวันหมดอายุ เช่น วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ก่อนที่จะหมดอายุ การใช้ระบบ FIFO จะช่วยลดปัญหาสินค้าหมดอายุและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังสินค้า

การคิดต้นทุนสินค้าแบบเข้าหลังออกก่อน LIFO

การคิดต้นทุนสินค้าแบบ LIFO (Last-In, First-Out) หรือ "เข้าหลังออกก่อน" คือการที่สินค้าที่รับเข้ามาล่าสุดจะถูกขายออกไปก่อน โดยการคำนวณต้นทุนจะใช้ราคาของสินค้าที่เข้ามาล่าสุดเป็นหลัก วิธีนี้มักเหมาะกับสินค้าที่มีอายุการใช้งานจำกัด เช่น สินค้าที่มีวันหมดอายุ หรือสารเคมี เนื่องจากจะสามารถจัดการคลังสินค้าได้ง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพของสินค้า ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะต้องการการบันทึกข้อมูลอย่างละเอียด แต่ก็ยังคงได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยลดภาระภาษีและเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจ

การนับสต๊อกสินค้าต้องระวังเรื่องอะไร

สิ่งที่ควรระมัดระวังในการนับสต๊อกคือความคลาดเคลื่อนของเวลา ระหว่างการนับสินค้ากับการทำรายการขายจริง หากมีการตัดสต๊อกในขณะที่พนักงานกำลังนับจำนวน อาจทำให้ตัวเลขไม่ตรงกัน นอกจากนี้ต้องระวังเรื่องสินค้าชำรุด สินค้าเสื่อมสภาพ หรือสินค้าที่วางผิดตำแหน่ง ซึ่งอาจถูกนับรวมเข้าไปโดยไม่ได้แยกประเภท ทำให้ข้อมูลยอดขายพยากรณ์ผิดพลาด การตรวจสอบสภาพสินค้าควบคู่ไปกับการนับจำนวนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยเพื่อให้ได้ข้อมูลคุณภาพ

ฟังก์ชันและจุดเด่นของระบบ Motion ERP และ Odoo ในการจัดการสต๊อกสินค้า 

Motion ERP หรือ Odoo เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสต๊อกสินค้าและคลังสินค้าให้ธุรกิจของคุณสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย ระบบทั้งสองสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนของธุรกิจ รวมถึงการขาย การขนส่ง และการจัดซื้อ ทำให้การจัดการสต๊อกสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

การใช้บริการระบบ Motion ERP หรือ Odoo ทำให้คุณสามารถติดตามสถานะของสินค้าในคลังได้แบบเรียลไทม์ ช่วยลดข้อผิดพลาดในการคำนวณสต๊อก และช่วยให้การตัดสินใจทางธุรกิจมีความแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ระบบยังสามารถคำนวณความต้องการของสินค้าในอนาคตและช่วยในการคาดการณ์การสั่งซื้อสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณต้องการคำปรึกษาในการในใช้ระบบ ERP software ปรับปรุงการจัดการสต๊อกสินค้า ทีมงานจาก Dynamics Motion ซึ่งเป็นทีม Business Consulting Dynamics Motion Odoo Top 5 Partners in Asia ที่มีประสบการณ์สูง พร้อมที่จะให้คำแนะนำและช่วยยกระดับระบบการจัดการคลังสินค้าของคุณ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่มี จะช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัย

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ทำไมธุรกิจถึงควรให้ความสำคัญกับการจัดการสต๊อกสินค้า?

การจัดการสต๊อกสินค้าช่วยป้องกันปัญหาเงินจมในสินค้าที่ขายไม่ออก และลดโอกาสเสียรายได้เมื่อสินค้าขาดสต๊อก ทำให้ธุรกิจควบคุมต้นทุนได้ดีและสามารถส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ทันเวลา

หลักการ FIFO และ LIFO แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้อย่างไร?

FIFO คือสินค้าที่มาก่อนต้องขายออกก่อน เหมาะกับสินค้ามีวันหมดอายุ ส่วน LIFO คือสินค้าใหม่ขายออกก่อน มักใช้ในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง ควรเลือกตามประเภทสินค้าและนโยบายทางภาษี

ระบบ ERP มีส่วนช่วยในการจัดการสต๊อกสินค้าได้อย่างไร?

ระบบ ERP ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลการขาย คลังสินค้า และบัญชีเข้าด้วยกันแบบเรียลไทม์ ทำให้เห็นภาพรวมสต๊อกที่แม่นยำ ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มความเร็วในการตรวจสอบข้อมูล


Share this post
Facebook LINE โทรหาเรา ส่งอีเมล