ระบบ MRP คืออะไร ช่วยจัดสรรวัตถุดิบในระบบการผลิตได้อย่างไร
ระบบ MRP คือตัวช่วยในการจัดสรรวัตถุดิบในการผลิต เพื่อให้มีความพอดีต่อความต้องการในการผลิต ช่วยลดต้นทุน และช่วยให้แผนการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น
19 December, 2024 by
-, Natnarin.c


เลือกใช้ MRP ตัวช่วยจัดสรรวัตถุดิบ เพื่อการผลิตที่มีคุณภาพ

ปัญหาการบริหารสินค้าคงคลังเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต การมีสินค้าคงคลังมากเกินไปทำให้เกิดต้นทุนจม เปลืองพื้นที่จัดเก็บ และเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพ ในขณะที่การมีวัตถุดิบไม่เพียงพออาจทำให้สายการผลิตหยุดชะงัก ส่งมอบสินค้าไม่ทันกำหนด และสูญเสียความน่าเชื่อถือจากลูกค้า ระบบ MRP คือ (Material Requirements Planning) ตัวช่วยสำคัญในการวางแผนและควบคุมการใช้วัตถุดิบให้เหมาะสม ช่วยลดต้นทุนการผลิต และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ 

ระบบ MRP คืออะไร 

MRP (Material Requirements Planning) คือ ระบบวางแผนความต้องการวัตถุดิบที่ช่วยจัดการและควบคุมการไหลเวียนของวัตถุดิบในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่ต้องใช้ การวางแผนการสั่งซื้อ การติดตามสถานะวัตถุดิบในคลัง ไปจนถึงการจัดการสินค้าคงคลัง ระบบนี้ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมต้นทุนการผลิต ลดความสูญเสีย และรักษาระดับสินค้าคงคลังให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด

ความสำคัญของ MRP ในระบบการผลิต 

ความสำคัญของ MRP ในระบบการผลิต

ระบบ MRP เปรียบเสมือนสมองกลที่ช่วยวางแผนและควบคุมการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของลูกค้า ปริมาณวัตถุดิบในคลัง และกำลังการผลิต เพื่อสร้างแผนการผลิตที่เหมาะสม ลดต้นทุนการจัดเก็บ และตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที

วางแผนการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

MRP ช่วยวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลความต้องการของลูกค้า เพื่อวางแผนการผลิตที่แม่นยำ โดยคำนึงถึงระยะเวลาในการผลิต ความพร้อมของวัตถุดิบ และกำลังการผลิตที่มี ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านปริมาณและเวลา ลดปัญหาการผลิตไม่ทันหรือผลิตเกินความต้องการ

ลดจำนวนสินค้าคงคลังเหลือค้าง

การผลิตโดยไม่มีการวางแผนที่ดีมักนำไปสู่ปัญหาสินค้าคงคลังล้นสต๊อก ซึ่งส่งผลเสียต่อองค์กรในหลายด้าน ทั้งต้นทุนการจัดเก็บที่สูงขึ้น พื้นที่คลังสินค้าที่ไม่เพียงพอ และความเสี่ยงที่สินค้าจะเสื่อมสภาพก่อนจำหน่าย ระบบ MRP ช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการจริง ลดภาระต้นทุนจมและความเสี่ยงจากสินค้าล้าสมัย

คำนวณการสั่งซื้อวัตถุดิบได้แม่นยำมากขึ้น

MRP ช่วยให้การคำนวณการสั่งวัตถุดิบแม่นยำขึ้น

MRP ช่วยคำนวณปริมาณและจังหวะเวลาในการสั่งซื้อวัตถุดิบได้อย่างแม่นยำ โดยพิจารณาจากแผนการผลิต ระยะเวลานำในการสั่งซื้อ และปริมาณวัตถุดิบคงเหลือในคลัง ทำให้มีวัตถุดิบพร้อมใช้ในการผลิตอย่างเพียงพอ ไม่เกิดภาวะขาดแคลนหรือสต๊อกมากเกินไป ช่วยลดต้นทุนการจัดเก็บและบริหารเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้า

การผลิตที่เกินความต้องการนำมาซึ่งภาระค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บที่สูง ทั้งค่าเช่าพื้นที่ ค่าดูแลรักษา และค่าประกันภัย ระบบ MRP ช่วยลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ด้วยการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการจริง ทำให้มีสินค้าคงคลังในระดับที่เหมาะสม ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

หลักการทำงานของระบบ MRP

MRP สามารถทำงานด้วยการประมวลผลข้อมูลแบบบูรณาการ โดยนำข้อมูลจากหลายส่วนมาวิเคราะห์ร่วมกัน ทั้งแผนการผลิตหลัก ข้อมูลสินค้าคงคลัง และโครงสร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อคำนวณความต้องการวัตถุดิบและวางแผนการสั่งซื้อที่เหมาะสม ระบบจะคำนวณปริมาณและเวลาที่ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบแต่ละชนิด โดยคำนึงถึงระยะเวลานำในการสั่งซื้อและระดับสินค้าคงคลังที่ปลอดภัย

องค์ประกอบของ MRP

องค์ประกอบสำคัญของระบบ MRP ประกอบด้วยหลายส่วนที่ทำงานประสานกันเพื่อให้การวางแผนการผลิตมีประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่ ระบบจัดการข้อมูลพื้นฐาน ระบบประมวลผลความต้องการวัตถุดิบ ระบบวางแผนการสั่งซื้อ และระบบรายงานผล ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันเพื่อให้การบริหารวัตถุดิบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลเบื้องต้นที่ต้องรู้ สำหรับระบบ MRP 

ข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนทำ MRP

การใช้งาน MRP ให้มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความแม่นยำในการวางแผนการผลิตและการบริหารวัตถุดิบ มาดูกันว่ามีข้อมูลสำคัญอะไรบ้าง

ข้อมูลแผนการผลิตหลัก

แผนการผลิตหลัก (Master Production Schedule - MPS) เป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงรายละเอียดว่าต้องผลิตสินค้าอะไร จำนวนเท่าไร และเมื่อไร โดยพิจารณาจากคำสั่งซื้อของลูกค้า การพยากรณ์ความต้องการ และนโยบายสินค้าคงคลัง ข้อมูลนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ MRP คำนวณความต้องการวัตถุดิบทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิต

รายการวัสดุ

รายการวัสดุ (Bill of Materials : BOM) คือข้อมูลที่แสดงโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ ระบุว่าในการผลิตสินค้าหนึ่งชิ้นต้องใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนประกอบอะไรบ้าง จำนวนเท่าไร ข้อมูลนี้ต้องมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อการคำนวณความต้องการวัตถุดิบและการวางแผนการสั่งซื้อ

สถานะสินค้าคงคลัง

ข้อมูลสถานะสินค้าคงคลังแสดงปริมาณวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่มีอยู่ในคลัง รวมถึงสินค้าที่อยู่ระหว่างการสั่งซื้อ ข้อมูลนี้ต้องมีการอัปเดตแบบเรียลไทม์เพื่อให้การวางแผนการผลิตและการสั่งซื้อมีความแม่นยำ ช่วยป้องกันปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนหรือมีมากเกินความจำเป็น

ประโยชน์ของ MRP ต่อองค์กร

ระบบ MRP สร้างประโยชน์มากมายให้กับองค์กรในด้านการบริหารจัดการการผลิต ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ประโยชน์หลักๆ ได้แก่:

  • ลดต้นทุนการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรการผลิต
  • ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบ
  • ปรับปรุงการบริการลูกค้าด้วยการส่งมอบที่ตรงเวลา
  • เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยต้นทุนที่ต่ำลง
  • สร้างระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ

MRP vs ERP ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างระหว่าง MRP vs ERP คือ ขอบเขตในการทำงาน MRP คือระบบที่โฟกัสเฉพาะในส่วนของการผลิตและคลังสินค้า เน้นคำนวณว่าต้องใช้วัตถุดิบอะไร เท่าไหร่ และเมื่อไหร่ เพื่อให้ผลิตสินค้าได้ทัน ในขณะที่ระบบ ERP เป็นระบบใหญ่ที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนของธุรกิจ ตั้งแต่บัญชี การเงิน การขาย HR รวมไปถึงฟังก์ชันของ MRP ด้วย

ปัญหาที่มักเจอก่อนใช้งานระบบ MRP

ก่อนนำระบบ MRP มาใช้หลาย ๆ ธุรกิจมักเจอกับปัญหาการจัดการด้วยมือหรือใช้ Excel ที่ซับซ้อน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดความผิดพลาดสูง ปัญหาคลาสสิกคือภาวะวัตถุดิบขาดแคลนทำให้สายการผลิตต้องหยุดชะงัก หรือในทางกลับกันคือการสั่งซื้อวัตถุดิบมาตุนไว้มากเกินความจำเป็นจนกระแสเงินสดจม นอกจากนี้ ฝ่ายขายและฝ่ายผลิตมักมีข้อมูลที่ไม่ตรงกัน ทำให้ไม่สามารถกำหนดวันส่งมอบสินค้าที่แน่นอนให้ลูกค้าได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและกำไรของธุรกิจ

MRP ยุคใหม่ (AI MRP) ทำอะไรได้มากกว่าแค่สั่งของ?

ระบบ MRP ในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่แค่แจ้งเตือนให้สั่งซื้อของเท่านั้น แต่ยกระดับสู่การเป็น Intelligent Manufacturing ระบบสามารถวิเคราะห์กำลังการผลิตของเครื่องจักรและพนักงานได้แบบอัตโนมัติ เพื่อจัดตารางการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT เพื่อติดตามสถานะงานแบบ Real-time และปรับเปลี่ยนแผนงานทันทีที่เกิดเหตุขัดข้อง นอกจากนี้ ยังใช้ข้อมูลสถิติช่วยพยากรณ์ความต้องการล่วงหน้า ทำให้ธุรกิจวางแผนการเติบโตได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

สรุป

MRP เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการวัตถุดิบและการผลิตสำหรับองค์กรสมัยใหม่ ช่วยให้การวางแผนการผลิตมีความแม่นยำ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน องค์กรที่นำระบบ MRP มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดในยุคดิจิทัล 

 ตัวช่วยจัดสรรวัตถุดิบ เพื่อการผลิตที่มีคุณภาพสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาระบบการจัดการวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ERP และ Odoo ถือเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดการระบบต่าง ๆ ภายในองค์กรให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับองค์กรใดที่อยากมองเห็นภาพระบบอย่างคร่าว ๆ สามารถเลือกใช้บริการระบบMotion ERP ของ Team Dynamics Motion ได้ เราพร้อมให้คำปรึกษา Business Consult โดยผู้ที่เข้าใจในการทำธุรกิจ ช่วยให้การวางแผนระบบมีความรัดกุม เหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด หากสนใจสามารถติดต่อได้ผ่านอีเมล sales@dynamics-motion.com หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมโทร 02-028-7495

FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MRP

ธุรกิจแบบไหนที่ควรเริ่มใช้ระบบ MRP?

ระบบ MRP เหมาะสำหรับธุรกิจผลิตที่มีการประกอบชิ้นส่วน หรือมีสูตรการผลิต (BOM) ที่ซับซ้อน โดยเฉพาะถ้าเริ่มเจอปัญหาคำนวณวัตถุดิบผิดพลาด สต๊อกของขาดบ้างเกินบ้าง หรือวางแผนการผลิตไม่ทันตามออเดอร์ ระบบ MRP จะเป็นตัวช่วยจัดระเบียบ ช่วยให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น

MRP ต่างจาก MRP II อย่างไร?

MRP ยุคแรกจะโฟกัสแค่การจัดการวัตถุดิบและตารางการผลิตให้พอ แต่ระบบ MRP II ขยายขอบเขตครอบคลุมทรัพยากรทั้งโรงงาน เช่น การวางแผนแรงงาน เครื่องจักร และบัญชีต้นทุน ทำให้มองเห็นภาพรวมประสิทธิภาพการผลิตได้ลึกกว่า

MRP ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างไร?

ระบบ MRP ทำหน้าที่ในการจัดการคลังสินค้า การผลิต ช่วยลดต้นทุนจมจากการสต๊อกวัตถุดิบไว้มากเกินความจำเป็น (Overstock) และลดความเสียหายจากการผลิตหยุดชะงักเพราะของขาด นอกจากนี้ยังช่วยให้วางแผนการใช้เครื่องจักรและแรงงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงและกำไรเพิ่มขึ้น


Share this post
Facebook LINE โทรหาเรา ส่งอีเมล