TFRS for NPAEs คืออะไร ต่างจาก TFRS Full อย่างไร ทำไมบริษัท Pre-IPO ต้องเปลี่ยน
หลายบริษัทที่กำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย มักจะเจอคำถามจากผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาทางการเงินว่า "ระบบบัญชีของบริษัทรองรับ TFRS Full หรือยัง" ซึ่งหลายท่านอาจยังไม่เข้าใจว่า TFRS Full กับ TFRS for NPAEs ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ต่างกันตรงไหน และทำไมถึงต้องเปลี่ยน
บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่างมาตรฐานบัญชีทั้งสองชุดอย่างเข้าใจง่าย พร้อมชี้ให้เห็นว่าแต่ละจุดกระทบระบบ Odoo ERP อย่างไร และทำไมการเตรียมระบบตั้งแต่เนิ่นๆ ถึงสำคัญมากสำหรับบริษัทที่วางแผนจะ IPO โดยอ้างอิงจากมาตรฐานที่ประกาศโดย สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC) ทั้งหมด
TFRS for NPAEs คืออะไร
TFRS for NPAEs ย่อมาจาก Thai Financial Reporting Standards for Non-Publicly Accountable Entities หรือ มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ ออกโดยสภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งฉบับปรับปรุงล่าสุด (ปรับปรุง 2565) มีผลบังคับใช้สำหรับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป
กิจการที่ใช้มาตรฐานชุดนี้ คือ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ใช่สถาบันการเงิน ไม่ใช่บริษัทประกัน พูดง่ายๆ คือ SME ไทยส่วนใหญ่ใช้ NPAEs ทั้งหมด
มาตรฐานชุดนี้ถูกออกแบบมาให้ เรียบง่ายกว่า เพราะผู้ใช้งบการเงินหลักคือเจ้าของกิจการเอง ธนาคาร และสรรพากร ไม่ได้มีนักลงทุนรายย่อยมาพึ่งพาข้อมูลเพื่อตัดสินใจลงทุน
TFRS Full คืออะไร บริษัทจดทะเบียนใช้มาตรฐานบัญชีอะไร
TFRS Full คือมาตรฐานการรายงานทางการเงินชุดเต็มของไทย ที่แปลและเรียบเรียงมาจาก IFRS (International Financial Reporting Standards) ซึ่งออกโดย IASB (International Accounting Standards Board) เกือบคำต่อคำ
กิจการที่ต้องใช้ TFRS Full คือกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (Publicly Accountable Entities หรือ PAEs) ซึ่งรวมถึง
- บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
- สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์
- บริษัทประกันภัย บริษัทหลักทรัพย์
- บริษัทที่อยู่ระหว่างยื่น Filing เพื่อเข้าจดทะเบียน
มาตรฐานชุดนี้ ซับซ้อนกว่ามาก เพราะต้องปกป้องนักลงทุนรายย่อยที่ตัดสินใจลงทุนจากข้อมูลในงบการเงิน ทุกตัวเลขจึงต้องสะท้อนภาพที่แท้จริงของธุรกิจมากที่สุด
TFRS for NPAEs กับ TFRS Full ต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างระหว่าง TFRS Full กับ NPAEs มีหลายจุด แต่ 3 มาตรฐานที่กระทบการทำงานของระบบ ERP อย่าง Odoo โดยตรงและรุนแรงที่สุดคือ TFRS 15, TFRS 16 และ TFRS 9
TFRS 15 คืออะไร — รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า
TFRS 15 ออกตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ที่ 46/2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 แปลจาก IFRS 15 (Bound Volume 2020) บังคับใช้กับ PAEs ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป
หัวใจสำคัญของ TFRS 15 คือ Five-Step Model หรือหลักการรับรู้รายได้ 5 ขั้นตอน ซึ่งประกอบด้วย
- ขั้นตอนที่ 1 ระบุสัญญาที่ทำกับลูกค้า (Identify the contract)
- ขั้นตอนที่ 2 ระบุภาระที่ต้องปฏิบัติในสัญญา (Identify performance obligations)
- ขั้นตอนที่ 3 กำหนดราคาของรายการ (Determine the transaction price)
- ขั้นตอนที่ 4 ปันส่วนราคาให้กับภาระที่ต้องปฏิบัติ (Allocate the transaction price)
- ขั้นตอนที่ 5 รับรู้รายได้เมื่อปฏิบัติตามภาระเสร็จสิ้น (Recognize revenue when satisfied)
ตัวอย่างการรับรู้รายได้ตาม TFRS 15
สมมติบริษัทขายเครื่องจักรราคา 200,000 บาท พร้อมให้บริการบำรุงรักษา 3 ปี ราคาปกติ 30,000 บาท ภายใต้ NPAEs อาจบันทึกรายได้ทั้ง 200,000 บาทตอนส่งมอบเครื่องจักรได้เลย แต่ภายใต้ TFRS 15 ต้องแยกเป็น 2 Performance Obligations คือ เครื่องจักร กับ บริการบำรุงรักษา แล้วจัดสรรราคาตาม Standalone Selling Price รับรู้รายได้เครื่องจักรตอนส่งมอบ ส่วนค่าบำรุงรักษาทยอยรับรู้ตลอด 3 ปี
TFRS 15 กระทบ Odoo ERP อย่างไร
Odoo Enterprise มี Deferred Revenue Management ในตัวที่ช่วยทยอยรับรู้รายได้ตาม Period ได้ แต่ถ้าลูกค้ามีหลาย Performance Obligation ในสัญญาเดียว ต้อง Config หรือ Develop เพิ่มเพื่อแยก Allocation ตาม Standalone Selling Price ถ้าระบบทำไม่ได้ ทีมบัญชีต้อง Manual ทุกรายการ ซึ่งเสี่ยงต่อความผิดพลาดมาก
TFRS 16 คืออะไร — สัญญาเช่าและ Right-of-Use Asset
TFRS 16 แปลจาก IFRS 16 (Bound Volume 2019) ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 บังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป
ภายใต้มาตรฐานเดิม (TAS 17) ที่ NPAEs ใช้อยู่ สัญญาเช่าดำเนินงานจะบันทึกค่าเช่าเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนตรงๆ ไม่ขึ้นงบดุล แต่ TFRS 16 เปลี่ยนภาพนี้ทั้งหมด โดยใช้แนวคิด Right-of-Use Model
ผู้เช่าต้องบันทึก สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-Use Asset) และ หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liability) บน Balance Sheet สำหรับสัญญาเช่าเกือบทุกประเภท จากนั้นต้องคำนวณค่าเสื่อมราคา ROU Asset และดอกเบี้ยจ่ายจาก Lease Liability แยกกันตลอดอายุสัญญา
ข้อยกเว้นมีเพียง 2 กรณี คือ สัญญาเช่าระยะสั้นที่อายุไม่เกิน 12 เดือน และสัญญาเช่าสินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำเมื่อเป็นสินทรัพย์ใหม่
ตัวอย่างการบันทึกสัญญาเช่าตาม TFRS 16
บริษัทเช่าออฟฟิศเดือนละ 100,000 บาท สัญญา 5 ปี ภายใต้ NPAEs บันทึกค่าเช่า 100,000 บาทเป็นค่าใช้จ่ายทุกเดือน จบ แต่ภายใต้ TFRS 16 ต้องนำค่าเช่าทั้ง 60 เดือนมาคำนวณ Present Value ขึ้นเป็น ROU Asset และ Lease Liability บน Balance Sheet ทำให้สินทรัพย์รวมและหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น D/E Ratio เปลี่ยน ซึ่งกระทบต่อ Covenant กับธนาคาร และภาพรวมงบการเงินที่นักลงทุนเห็น
TFRS 16 กระทบ Odoo ERP อย่างไร
Odoo ไม่มี Module สำเร็จรูปสำหรับ TFRS 16 โดยตรง ระบบต้อง Custom Develop เพื่อคำนวณ Present Value, สร้าง Amortization Schedule สำหรับทั้ง ROU Asset และ Lease Liability, และ Generate Journal Entries อัตโนมัติทุกเดือน ทางเลือกหนึ่งคือใช้ OCA Module อย่าง account_asset_lease หรือ Develop Module เฉพาะร่วมกับ Implementation Partner
TFRS 9 คืออะไร — Expected Credit Loss (ECL) และเครื่องมือทางการเงิน
TFRS 9 แปลจาก IFRS 9 ที่ IASB ออกในปี 2557 สภาวิชาชีพบัญชีบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 โดยกระทบกับทุกกิจการที่มีสถานะเป็น PAEs
เนื้อหาหลักของ TFRS 9 มี 3 ส่วน
- การจัดประเภทและวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงิน — พิจารณาจาก Business Model และลักษณะกระแสเงินสดตามสัญญา แทนที่จะดูจากวัตถุประสงค์การถือครองอย่างเดียว
- Expected Credit Loss (ECL) — เปลี่ยนจากการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญแบบเดิมที่รอจนเกิดข้อบ่งชี้การด้อยค่า มาเป็นการตั้งสำรองตั้งแต่วันแรกที่ให้เครดิต โดยพิจารณาจากข้อมูลในอดีต สถานการณ์ปัจจุบัน และการคาดการณ์อนาคต (Forward-looking)
- Hedge Accounting — การบัญชีป้องกันความเสี่ยง ซึ่งปรับให้ยืดหยุ่นขึ้น
ตัวอย่างการคำนวณ ECL ตาม TFRS 9
ภายใต้ NPAEs ถ้าลูกหนี้ยังไม่เลยกำหนดชำระ ก็ไม่ต้องตั้งค่าเผื่อ แต่ภายใต้ TFRS 9 ถึงแม้ลูกหนี้ทุกรายจะไม่เคยเบี้ยวหนี้ ก็ต้องตั้ง ECL ตั้งแต่วันแรก เพราะต้องสะท้อนความเสี่ยงที่ "อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต" ด้วย
สำหรับลูกหนี้การค้า สภาวิชาชีพบัญชีแนะนำให้ใช้ Simplified Approach โดยใช้ Provision Matrix ที่คำนวณจากอัตราผิดนัดชำระหนี้ในอดีต (Historical Default Rate) ปรับด้วย Forward-looking Factor
TFRS 9 กระทบ Odoo ERP อย่างไร
Odoo มี Aged Receivable Report ในตัวที่ใช้เป็น Basis สำหรับ ECL Calculation ได้ แต่ตัว ECL Calculation Engine ที่คำนวณ Provision Matrix ตาม Aging Bucket คูณ Historical Loss Rate แล้วปรับด้วย Forward-looking Factor นั้น Odoo ไม่มีในตัว ต้อง Custom Develop เป็น Module เพิ่มเติม
เปรียบเทียบ NPAEs กับ TFRS Full สรุปแบบเข้าใจง่าย
เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจน เปรียบเทียบประเด็นสำคัญที่กระทบการทำงานของ Odoo ERP
- รายได้ — NPAEs รับรู้ตอนส่งมอบแบบตรงไปตรงมา ส่วน TFRS Full ต้องใช้ Five-Step Model แยก Performance Obligation
- สัญญาเช่า — NPAEs บันทึกค่าเช่าเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน ส่วน TFRS Full ต้องขึ้น ROU Asset และ Lease Liability บน Balance Sheet
- ลูกหนี้การค้า — NPAEs ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจาก Aging แบบง่าย ส่วน TFRS Full ต้องคำนวณ Expected Credit Loss ตั้งแต่วันแรก
- สินทรัพย์ถาวร — NPAEs ใช้ Cost Model อย่างเดียว ส่วน TFRS Full เปิดให้ใช้ Revaluation Model ได้ และต้องทำ Impairment Test
- การเปิดเผยข้อมูล — NPAEs เปิดเผยหมายเหตุประกอบงบพื้นฐาน ส่วน TFRS Full ต้องเปิดเผยรายละเอียดมากกว่าหลายเท่า เช่น Sensitivity Analysis, Fair Value Hierarchy, Risk Disclosure
เตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ ทำไมต้องเปลี่ยนจาก NPAEs เป็น TFRS Full
คำตอบสั้นๆ คือ กฎหมายบังคับ บริษัทที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยต้องจัดทำงบการเงินตาม TFRS Full และผู้สอบบัญชีจะกำหนดให้แปลงมาตรฐานย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี (Comparative Period) เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานได้
ซึ่งหมายความว่า ถ้าบริษัทวางแผนจะยื่น Filing ในปี 2570 ก็ต้องมีงบการเงินตาม TFRS Full ตั้งแต่ปี 2567 เป็นอย่างน้อย ระบบ Odoo ERP จึงต้องรองรับ TFRS Full ตั้งแต่วัน Transition ไม่ใช่มาแก้ตอนใกล้ยื่น Filing
จากประสบการณ์ Implement ระบบ Odoo ให้บริษัท Pre-IPO จุดที่มักเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดคือการ Restate งบย้อนหลัง เพราะข้อมูลในระบบเดิมไม่ได้ถูก Record ในรูปแบบที่ TFRS Full ต้องการ ยิ่งมาแก้ทีหลัง ยิ่งแพงและเสี่ยงต่อ Timeline การ List มาก
ITGC และ Audit Trail คืออะไร ระบบ Odoo ต้องเตรียมอะไรบ้าง
นอกจาก 3 มาตรฐานหลักที่กล่าวมาแล้ว ระบบ Odoo ที่รองรับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ต้องครอบคลุมเรื่องเหล่านี้ด้วย
- ITGC (IT General Controls) — ระบบควบคุมการเข้าถึง, การจัดการเปลี่ยนแปลง, การสำรองข้อมูล ซึ่งผู้สอบบัญชีจะตรวจสอบทุกปี
- Audit Trail — บันทึกลำดับเหตุการณ์ทุก Transaction ว่าใครทำอะไร เมื่อไหร่ เปลี่ยนจากอะไรเป็นอะไร ลบไม่ได้
- Segregation of Duties (SoD) — แยกคนสร้าง คนตรวจ คนอนุมัติ ไม่ให้คนเดียวทำครบ Flow
- Period Lock — ปิดงวดบัญชีไม่ให้แก้ไขย้อนหลัง
- Sequential Numbering — เลขที่เอกสารต้องเรียงต่อเนื่อง ห้ามข้าม ห้ามแก้ไข
- Multi-currency Revaluation — ตีราคาใหม่ตาม Closing Rate ทุกสิ้นงวด
- Related Party Transaction Tracking — แยก Tag รายการระหว่างกัน Report แยกได้
- Thai Tax Compliance — ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ), รายงาน ภ.พ.30, ภ.ง.ด.3/53
Odoo ERP รองรับ TFRS Full และ Pre-IPO ได้แค่ไหน
Odoo Enterprise Accounting มี Feature พื้นฐานหลายอย่างที่รองรับ TFRS Full ได้ทันที
- Access Rights & Groups — กำหนดสิทธิ์ตาม Role สำหรับ ITGC
- Chatter Tracking — บันทึก Log การเปลี่ยนแปลงทุก Field ที่เปิด Tracking สำหรับ Audit Trail
- Lock Date — ปิดงวดบัญชีทั้ง Soft Lock สำหรับ User ทั่วไป และ Hard Lock สำหรับ Advisor
- Deferred Revenue — ทยอยรับรู้รายได้ตาม Period สำหรับ TFRS 15 เบื้องต้น
- Approval Workflow — Multi-level Approval สำหรับ PO, Payment, Expense
- Sequential Document Numbering — เลขที่เอกสารเรียงต่อเนื่อง ห้ามข้าม ตั้งแต่ Odoo 13+
- No Deletion Policy — Posted Journal Entry ลบไม่ได้ ต้อง Reverse เท่านั้น
แต่มีหลายส่วนที่ ต้อง Custom Develop เพิ่มเติม ซึ่งตรงนี้คือจุดที่ Odoo Implementation Partner มีบทบาทสำคัญมาก
- TFRS 16 Lease Module — คำนวณ ROU Asset, Lease Liability, Amortization Schedule
- ECL Calculation Engine — คำนวณ Provision Matrix สำหรับ TFRS 9
- Enhanced Audit Trail — Immutable Log ที่ Export ให้ผู้สอบบัญชีได้ เสริมด้วย OCA Module อย่าง auditlog
- Multi-obligation Revenue Allocation — แยก Performance Obligation สำหรับ TFRS 15 ที่ซับซ้อน
- Thai Localization Module — WHT Certificate (50 ทวิ), VAT Report (ภ.พ.30), ภ.ง.ด.3/53
การเลือก Odoo Implementation Partner ที่เข้าใจทั้ง มาตรฐานบัญชี TFRS และ ข้อกำหนดของ กลต./ตลท. จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กระบวนการ IPO ราบรื่น ไม่ต้องมาแก้ระบบทีหลังซึ่งจะใช้ทั้งเวลาและงบประมาณมากกว่าหลายเท่า
สรุป TFRS for NPAEs vs TFRS Full
TFRS for NPAEs กับ TFRS Full เป็นมาตรฐานบัญชีคนละระดับ ที่ออกแบบมาสำหรับกิจการคนละประเภท NPAEs เรียบง่ายกว่า เหมาะกับ SME ทั่วไป ส่วน TFRS Full ซับซ้อนกว่ามาก เพราะต้องปกป้องนักลงทุนสาธารณะ
สำหรับบริษัทที่วางแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย การเตรียมระบบ Odoo ERP ให้รองรับ TFRS Full ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่แค่เรื่องบัญชี แต่เป็นเรื่องกลยุทธ์ทางธุรกิจที่จะกำหนดว่า Timeline การ IPO จะราบรื่นหรือสะดุด
ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งมีเวลา Restate งบย้อนหลัง ยิ่งลดความเสี่ยงที่ผู้สอบบัญชีจะพบ Finding ที่กระทบการ List Dynamics Motion ในฐานะ Odoo Enterprise Partner ที่มีประสบการณ์ Implement ระบบ Odoo ให้บริษัท Pre-IPO และบริษัทจดทะเบียน พร้อมช่วยวิเคราะห์ Gap ระหว่าง NPAEs กับ TFRS Full แล้ว Configure และ Develop ระบบ Odoo ให้รองรับตั้งแต่วัน Transition
เตรียมระบบ Odoo ERP ให้พร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์
ปรึกษา Dynamics Motion — Odoo Enterprise Partner ผู้เชี่ยวชาญ Implement ระบบ Odoo ให้บริษัท Pre-IPO